สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME CashCare

23 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สินเชื่อธุรกิจ SME รายย่อย ทางเลือกเงินทุนหมุนเวียน เสริม Cash Flow และวงเงิน OD สำหรับผู้ประกอบการ

 


สินเชื่อธุรกิจ SME เป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินที่ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดกลางใช้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง รองรับค่าใช้จ่ายประจำวัน เติมเงินทุนหมุนเวียน ขยายกิจการ ลงทุนซื้อเครื่องจักร เพิ่มอุปกรณ์ หรือเตรียมเงินสำรองสำหรับโอกาสทางธุรกิจที่เข้ามาอย่างกะทันหัน

สำหรับเจ้าของกิจการ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ธุรกิจขายได้หรือไม่” เพียงอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่ Cash Flow หรือกระแสเงินสด ด้วย เพราะในหลายธุรกิจมีช่วงเวลาที่ต้องจ่ายเงินให้ซัพพลายเออร์ จ่ายค่าแรง ซื้อวัตถุดิบ เติมสินค้า ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง หรือค่าใช้จ่ายอื่นก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า

ดังนั้น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ จึงอาจเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารเงินได้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเลือกวงเงินให้เหมาะกับวัตถุประสงค์และความสามารถในการชำระคืน

จากแนวคิดในภาพของ CashCare Capital จุดสำคัญของการวางแผนเงินทุนธุรกิจประกอบด้วย เงินทุนหมุนเวียน, วงเงิน OD, การเสริม Cash Flow และเงินลงทุนสำหรับเครื่องจักรหรือการขยายกิจการ
สินเชื่อธุรกิจ คืออะไร?
สินเชื่อธุรกิจ หมายถึง เงินทุนที่จัดเตรียมไว้สำหรับนำมาใช้กับกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างจากสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล
ผู้ประกอบการสามารถนำเงินทุนไปใช้ตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เช่น
เงินทุนหมุนเวียน
ซื้อวัตถุดิบ
ซื้อสินค้าเข้าสต๊อก
จ่ายค่าแรง
จ่ายค่าน้ำมัน
ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา
ซื้อเครื่องจักร
ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน
เพิ่มรถหรืออุปกรณ์ในการทำงาน
ขยายสาขา
รองรับงานหรือโครงการใหม่
บริหารกระแสเงินสด
สำรองค่าใช้จ่ายระหว่างรอรับชำระจากลูกค้า
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ระยะเวลาผ่อน และเงื่อนไขแตกต่างกัน ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณารายละเอียดก่อนตัดสินใจ
ทำไมธุรกิจรายย่อยจึงต้องให้ความสำคัญกับเงินทุนหมุนเวียน?
ธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากไม่ได้มีปัญหาเรื่องยอดขาย แต่มีปัญหาเรื่อง จังหวะของเงินสด
ตัวอย่างเช่น
ร้านค้ารับออเดอร์จำนวนมาก แต่ต้องซื้อสินค้าก่อน
ผู้รับเหมารับงานแล้ว แต่ต้องซื้อวัสดุก่อนเริ่มงาน
บริษัทขนส่งต้องจ่ายค่าน้ำมันและค่าซ่อมรถก่อนรับเงินจากลูกค้า
โรงงานต้องซื้อวัตถุดิบก่อนผลิตสินค้า
ร้านค้าออนไลน์ต้องสต๊อกสินค้าเพื่อรองรับยอดขาย
ในสถานการณ์เหล่านี้ “ยอดขาย” กับ “เงินสดในบัญชี” อาจไม่ได้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

นี่คือเหตุผลที่ เงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ มีความสำคัญ

หากวางแผนเงินทุนได้เหมาะสม ธุรกิจจะสามารถบริหารรอบรับและรอบจ่ายได้ดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องนำเงินส่วนตัวทั้งหมดมาใช้หมุนเวียนในกิจการ
สินเชื่อธุรกิจรายย่อย เหมาะกับใคร?
คำว่า สินเชื่อธุรกิจรายย่อย ครอบคลุมผู้ประกอบการหลายกลุ่ม ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น

กลุ่มธุรกิจที่อาจต้องการเงินทุน เช่น
1. ร้านค้าและค้าปลีก
ใช้สำหรับซื้อสินค้าเข้าสต๊อก เติมสินค้า หรือปรับปรุงร้าน
2. ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
อาจต้องใช้เงินซื้อวัสดุก่อสร้าง จ่ายค่าแรง ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายก่อนรับเงินตามงวดงาน
3. ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์
มีต้นทุนเกี่ยวกับน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ยางรถ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายประจำของรถขนส่ง
4. โรงงานและธุรกิจอุตสาหกรรม
อาจต้องใช้เงินทุนสำหรับวัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และการขยายกำลังการผลิต
5. ธุรกิจบริการ
เช่น บริษัทให้บริการ ร้านซ่อม ธุรกิจด้านเทคนิค หรือกิจการที่มีค่าใช้จ่ายก่อนรับเงินจากลูกค้า
6. ธุรกิจออนไลน์
อาจต้องใช้เงินสำหรับสต๊อกสินค้า การตลาด บรรจุภัณฑ์ และการบริหารคำสั่งซื้อ
7. ผู้ประกอบการที่กำลังขยายกิจการ
เมื่อธุรกิจมีโอกาสเติบโต การมีเงินทุนสำรองอาจช่วยให้สามารถวางแผนการลงทุนได้เป็นระบบมากขึ้น
สินเชื่อธุรกิจใช้ทำอะไรได้บ้าง?
การขอสินเชื่อธุรกิจควรเริ่มต้นจากคำถามว่า
“ต้องการเงินไปทำอะไร?”
ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า
“อยากได้เงินเท่าไร?”
เพราะวัตถุประสงค์ของเงินทุนจะช่วยให้ผู้ประกอบการเลือกโครงสร้างเงินทุนได้เหมาะสมมากกว่า
เงินทุนหมุนเวียน
เหมาะสำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจ เช่น
ซื้อสินค้า
ซื้อวัตถุดิบ
ค่าแรง
ค่าน้ำมัน
ค่าเช่า
ค่าใช้จ่ายประจำ
ค่าขนส่ง
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
วงเงิน OD
OD หรือ Overdraft เป็นวงเงินสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบริหารกระแสเงินสดระยะสั้น โดยลักษณะการใช้วงเงินและการคิดดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
เหมาะกับธุรกิจที่มีรายรับรายจ่ายหมุนเวียน และต้องการวงเงินสำรองในช่วงเวลาที่กระแสเงินสดไม่สมดุล
เงินลงทุนเครื่องจักร
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มกำลังการผลิตหรือปรับปรุงประสิทธิภาพ อาจมีความต้องการเงินทุนสำหรับ
เครื่องจักร
อุปกรณ์
รถเพื่อใช้ในกิจการ
ระบบการผลิต
เครื่องมือช่าง
อุปกรณ์คลังสินค้า
เงินทุนเพื่อขยายกิจการ
เช่น
เปิดสาขาใหม่
เพิ่มกำลังการผลิต
เพิ่มรถขนส่ง
เพิ่มทีมงาน
ขยายพื้นที่
เพิ่มสินค้า
รับงานขนาดใหญ่ขึ้น
เงินทุนหมุนเวียนกับ Cash Flow ต่างกันอย่างไร?
สองคำนี้มักถูกใช้คู่กัน แต่มีความหมายแตกต่างกัน
เงินทุนหมุนเวียน คือเงินที่ใช้ในการดำเนินกิจการในรอบการดำเนินงาน
ส่วน Cash Flow คือกระแสเงินสดที่ไหลเข้าและไหลออกจากธุรกิจ

ตัวอย่างง่าย ๆ
ธุรกิจรับงานมูลค่า 1,000,000 บาท
แต่ลูกค้าชำระเงินหลังส่งงาน 60 วัน
ในระหว่างนั้นธุรกิจอาจต้องจ่าย

ค่าวัตถุดิบ 400,000 บาท
ค่าแรง 200,000 บาท
ค่าขนส่ง 80,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น 70,000 บาท
แม้ธุรกิจจะมีรายได้จากงาน 1,000,000 บาท แต่เงินสดอาจยังไม่เข้าบัญชีในทันที
นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้ประกอบการจึงต้องบริหาร Cash Flow ควบคู่กับยอดขายและกำไร

ก่อนขอสินเชื่อธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?
การเตรียมข้อมูลให้ครบช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถอธิบายสถานะของธุรกิจและวัตถุประสงค์การใช้เงินได้ชัดเจนขึ้น
เอกสารที่มักเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจอาจประกอบด้วย
บัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
เอกสารจดทะเบียนธุรกิจหรือบริษัท หากมี
รายการเดินบัญชี
เอกสารเกี่ยวกับรายได้
เอกสารการซื้อขาย
ใบเสนอราคา
สัญญาว่าจ้าง
ใบสั่งซื้อ
เอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดกิจการ
เอกสารทรัพย์สินหรือหลักประกัน หากผลิตภัณฑ์กำหนด
รายละเอียดวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน
ทั้งนี้ เอกสารจริงที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับผู้ให้สินเชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์
รายการเดินบัญชีสำคัญกับสินเชื่อธุรกิจอย่างไร?
หนึ่งในข้อมูลที่สะท้อนการเคลื่อนไหวทางการเงินของธุรกิจคือ Statement หรือรายการเดินบัญชี
Statement สามารถช่วยให้เห็นภาพ เช่น
รายรับเข้ามาจากช่องทางใด
รายจ่ายหลักอยู่ที่อะไร
มีรายรับสม่ำเสมอหรือไม่
ธุรกิจมีรอบเงินสดอย่างไร
มีภาระทางการเงินอะไรบ้าง
ดังนั้นเจ้าของกิจการควรแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวให้ชัดเจนเท่าที่สามารถทำได้ และจัดเก็บข้อมูลทางการเงินอย่างเป็นระบบ

7 ขั้นตอนวางแผนสินเชื่อธุรกิจอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดวัตถุประสงค์
ระบุให้ชัดว่าเงินจะนำไปใช้กับอะไร
เช่น
“ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อซื้อวัตถุดิบและรองรับงานใหม่”
ดีกว่าการระบุเพียงว่า
“ต้องการเงินมาหมุนธุรกิจ”
เพราะรายละเอียดที่ชัดเจนช่วยให้วางแผนได้ง่ายกว่า
ขั้นตอนที่ 2 วิเคราะห์ Cash Flow
ทำตารางเงินสดเข้าและเงินสดออก
รายการ
จำนวน
รายรับจากลูกค้า
500,000 บาท
ซื้อวัตถุดิบ
180,000 บาท
ค่าแรง
100,000 บาท
ค่าขนส่ง
50,000 บาท
ค่าใช้จ่ายอื่น
50,000 บาท
เงินสดคงเหลือโดยประมาณ
120,000 บาท
ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายหลักการ ไม่ใช่เกณฑ์อนุมัติสินเชื่อ
ขั้นตอนที่ 3 ประเมินภาระผ่อนชำระ
อย่าพิจารณาเพียงว่า “ได้เงินเท่าไร”

ควรพิจารณาด้วยว่า
“ธุรกิจสามารถรับภาระชำระคืนได้เท่าไร?”
เพราะการมีวงเงินมากเกินความจำเป็นอาจเพิ่มต้นทุนทางการเงินโดยไม่จำเป็น
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบประวัติทางการเงิน
ควรตรวจสอบภาระหนี้และประวัติการชำระเงินของตนเองก่อนยื่นคำขอ
หากมีหนี้เดิม ควรรู้ยอดคงเหลือและค่างวดอย่างชัดเจน
ขั้นตอนที่ 5 เตรียมเอกสารธุรกิจ
จัดเอกสารให้เป็นหมวดหมู่ เช่น
ธุรกิจ → รายได้ → ค่าใช้จ่าย → Statement → สัญญางาน → เอกสารประกอบ
จะช่วยให้การนำเสนอข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น
ขั้นตอนที่ 6 เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์
อย่าดูเพียงคำว่า “วงเงินสูง”
ควรพิจารณา
อัตราดอกเบี้ย
ค่าธรรมเนียม
ระยะเวลาชำระ
หลักประกัน
เงื่อนไขการใช้วงเงิน
เงื่อนไขการชำระคืน
ค่าใช้จ่ายอื่น
คุณสมบัติผู้สมัคร
ขั้นตอนที่ 7 ขอคำปรึกษาก่อนตัดสินใจ
หากไม่แน่ใจว่าธุรกิจเหมาะกับเงินทุนรูปแบบใด การพูดคุยกับผู้ให้บริการหรือผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจสามารถช่วยให้เห็นทางเลือกและข้อควรพิจารณาได้ชัดเจนขึ้น
สินเชื่อธุรกิจแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร?
ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งมองหา สินเชื่อธุรกิจไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจากไม่มีอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ต้องการนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน

อย่างไรก็ตาม คำว่า “ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน” ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเงื่อนไขหรือไม่มีการพิจารณาความสามารถทางการเงิน

ผู้ให้บริการแต่ละรายอาจกำหนดคุณสมบัติ เอกสาร รายได้ อายุธุรกิจ ประวัติทางการเงิน หรือเงื่อนไขอื่นแตกต่างกัน

ดังนั้นผู้ประกอบการควรตรวจสอบเงื่อนไขจริงของผลิตภัณฑ์ก่อนสมัครทุกครั้ง
สินเชื่อ OD สำหรับธุรกิจ เหมาะกับสถานการณ์ใด?
สินเชื่อ OD สำหรับธุรกิจ มักถูกนำมาใช้เป็นวงเงินสำรองสำหรับบริหารสภาพคล่อง
ตัวอย่างเช่น
ธุรกิจมีรายรับเข้าวันที่ 30 แต่มีค่าใช้จ่ายสำคัญวันที่ 15
ในช่วงดังกล่าวอาจเกิด “ช่องว่างของกระแสเงินสด”
การมีวงเงินสำรองที่เหมาะสมอาจช่วยให้ธุรกิจบริหารช่วงเวลานี้ได้
แต่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจว่า OD ไม่ใช่เงินฟรี และการใช้วงเงินมีต้นทุนตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างกับสินเชื่อธุรกิจ
ธุรกิจรับเหมามีลักษณะเฉพาะ เพราะมักมีต้นทุนเกิดขึ้นก่อนที่จะได้รับเงินตามงวด
ตัวอย่างค่าใช้จ่าย ได้แก่
วัสดุก่อสร้าง
ค่าแรง
ค่าเครื่องมือ
ค่าเดินทาง
ค่าน้ำมัน
ค่าเช่าเครื่องจักร
ค่าขนส่ง
ค่าใช้จ่ายหน้างาน
ดังนั้นการบริหาร เงินทุนหมุนเวียนสำหรับผู้รับเหมา จึงมีความสำคัญอย่างมาก

ก่อนรับงานใหม่ ผู้รับเหมาควรคำนวณต้นทุนและรอบรับเงินให้ชัดเจน

ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์กับเงินทุนหมุนเวียน
ธุรกิจขนส่งมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น

น้ำมัน
ค่าซ่อมรถ
ยางรถ
ค่าแรงพนักงานขับรถ
ค่าทางด่วน
ค่าบำรุงรักษา
ค่าใช้จ่ายสำนักงาน
หากมีรถหลายคัน การวางแผน Cash Flow จึงมีความสำคัญมากขึ้น

เงินทุนธุรกิจอาจถูกนำมาใช้เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายหมุนเวียนหรือการลงทุนเพิ่มเติม ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ที่เลือก

ธุรกิจโรงงานและอุตสาหกรรมต้องวางแผนเงินทุนอย่างไร?
ธุรกิจอุตสาหกรรมมีทั้ง Working Capital และ Capital Expenditure

Working Capital เช่น

วัตถุดิบ
ค่าแรง
ค่าไฟ
ค่าขนส่ง
สินค้าคงคลัง
Capital Expenditure เช่น

เครื่องจักร
ระบบการผลิต
อาคาร
อุปกรณ์
เทคโนโลยี
ดังนั้นการแยกเงินทุนสองส่วนนี้ออกจากกันจะช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นภาพว่าควรใช้เงินระยะสั้นหรือเงินลงทุนระยะยาวกับเรื่องใด

สินเชื่อธุรกิจสำหรับ SME ควรเลือกอย่างไร?
ไม่มีสินเชื่อประเภทเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ

การเลือกควรพิจารณาจาก วัตถุประสงค์ + Cash Flow + ความสามารถในการชำระคืน + ต้นทุนทางการเงิน

หากต้องการเงินหมุนเวียน
ควรดูผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เงินทุนหมุนเวียน

หากต้องการวงเงินสำรอง
อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์ประเภท OD หรือวงเงินหมุนเวียนที่มีเงื่อนไขเหมาะสม

หากต้องการซื้อเครื่องจักร
ควรพิจารณาเงินทุนสำหรับสินทรัพย์หรือการลงทุนโดยเฉพาะ
หากต้องการขยายกิจการ
ควรวิเคราะห์กระแสเงินสดและผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนเพิ่มภาระหนี้

10 คำถามที่ควรถามก่อนขอสินเชื่อธุรกิจ
ต้องการเงินไปทำอะไร?
ต้องการใช้เงินเมื่อไร?
ต้องใช้เงินจริงประมาณเท่าไร?
ธุรกิจมีรายรับต่อเดือนประมาณเท่าไร?
เงินสดหมุนเวียนในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร?
ปัจจุบันมีภาระหนี้เท่าไร?
สามารถรับภาระชำระคืนได้เท่าไร?
ต้องใช้หลักทรัพย์หรือไม่?
มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?
เงื่อนไขการชำระคืนเป็นอย่างไร?
คำถามเหล่านี้ช่วยให้เจ้าของธุรกิจมองเห็นต้นทุนของเงินทุนก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรทำเมื่อขอสินเชื่อ
1. ขอวงเงินสูงเกินความจำเป็น
วงเงินที่มากไม่ได้แปลว่าเหมาะสมเสมอไป

ควรกำหนดจากแผนการใช้เงินจริง

2. ไม่คำนวณ Cash Flow
ยอดขายสูงไม่ได้หมายความว่ากระแสเงินสดจะเพียงพอเสมอ

3. ไม่อ่านเงื่อนไข
ควรตรวจสอบอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดต่าง ๆ ให้ครบ

4. ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์
เงินทุนธุรกิจควรนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้

5. ใช้หนี้ใหม่ปิดหนี้เก่าโดยไม่มีแผน
การเพิ่มภาระหนี้ควรมีแผนทางการเงินรองรับ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ภาระเพิ่มขึ้นในระยะยาว

CashCare Capital ให้คำปรึกษาเรื่องสินเชื่อธุรกิจ SME
จากแนวทางในภาพ CashCare Capital สื่อสารบริการเกี่ยวกับ

สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME

โดยเน้นแนวทาง

เงินทุนหมุนเวียน
วงเงิน OD
เสริม Cash Flow
ลงทุนเครื่องจักร
ขยายกิจการ
ให้คำปรึกษาโดยทีมงาน
ทำความเข้าใจธุรกิจ SME
ประเมินแนวทางที่เหมาะสม
ผู้ประกอบการที่กำลังมองหาเงินทุนจึงควรเริ่มจากการอธิบาย ลักษณะธุรกิจ วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน รายรับรายจ่าย และปัญหา Cash Flow เพื่อให้สามารถพิจารณาทางเลือกได้ตรงกับสถานการณ์มากขึ้น
ติดต่อ CashCare Capital

Powered by MakeWebEasy.com