สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ ไม่ต้องสำรองเงินก่อน

9 จำนวนผู้เข้าชม  | 

สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ ไม่ต้องสำรองเงินก่อน ทางเลือกเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาที่ต้องบริหารหลายโครงการ


สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ ไม่ต้องสำรองเงินก่อน เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างให้ความสนใจ เพราะลักษณะธุรกิจรับเหมามักต้องใช้เงินทุนตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเครื่องมือ ค่าเช่าเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายหน้างาน ขณะที่เงินจากเจ้าของโครงการอาจจ่ายตามงวดงาน ทำให้ผู้รับเหมาจำเป็นต้องวางแผน เงินทุนหมุนเวียน ให้เพียงพอตลอดระยะเวลาของโครงการ
สำหรับผู้รับเหมาที่ได้รับงานใหม่แต่ไม่ต้องการนำเงินส่วนตัวหรือเงินสำรองของกิจการออกมาใช้ทั้งหมด การมองหา สินเชื่อเพื่อธุรกิจผู้รับเหมา หรือแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาพิจารณาได้ โดยควรเลือกโครงสร้างเงินทุนให้เหมาะกับลักษณะงาน กระแสเงินสด และความสามารถในการชำระคืนของกิจการ
สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ คืออะไร?
สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ คือ แนวทางการจัดหาเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการที่มีงานรับเหมา งานก่อสร้าง งานระบบ งานติดตั้ง งานปรับปรุงอาคาร หรืองานโครงการที่จำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนระหว่างดำเนินงาน
ตัวอย่างเช่น
ผู้รับเหมารับงานก่อสร้างอาคาร
ผู้รับเหมางานระบบไฟฟ้า
ผู้รับเหมางานระบบประปา
ผู้รับเหมางานแอร์และระบบปรับอากาศ
ผู้รับเหมางานตกแต่งภายใน
ผู้รับเหมางานต่อเติม
ผู้รับเหมางานโครงสร้าง
ผู้รับเหมางานถนนและสาธารณูปโภค
ผู้รับเหมาช่วง
บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีหลายโครงการพร้อมกัน
จุดสำคัญคือ ผู้รับเหมาจำนวนมากไม่ได้ขาดรายได้ แต่มีปัญหาเรื่อง จังหวะของเงินสด
กล่าวง่าย ๆ คือ
“มีงาน มีสัญญา มีรายได้ตามโครงการ แต่เงินสดที่ต้องใช้ในวันนี้อาจมาก่อนเงินที่จะได้รับในงวดถัดไป”
ดังนั้น การวางแผนสินเชื่อธุรกิจจึงควรพิจารณาจากกระแสเงินสดของโครงการเป็นหลัก
ทำไมผู้รับเหมาจึงต้องใช้เงินทุนก่อนเริ่มโครงการ?
ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างแตกต่างจากธุรกิจค้าปลีกทั่วไป เพราะเมื่อได้รับงาน ผู้รับเหมามักมีต้นทุนเกิดขึ้นก่อนที่จะได้รับเงินครบตามมูลค่างาน
ค่าใช้จ่ายที่พบได้บ่อย ได้แก่
1. ค่าวัสดุก่อสร้าง
เช่น
ปูน
เหล็ก
ทราย
หิน
อิฐ
สี
กระเบื้อง
อุปกรณ์ไฟฟ้า
อุปกรณ์ประปา
วัสดุตกแต่ง
หากเป็นโครงการขนาดใหญ่ ค่าวัสดุเพียงอย่างเดียวอาจเป็นต้นทุนก้อนสำคัญของกิจการ
2. ค่าแรง
ผู้รับเหมาจำเป็นต้องจ่ายค่าแรงทีมงาน ช่าง ผู้ควบคุมงาน และแรงงานหน้างานตามรอบที่ตกลงกัน
3. ค่าขนส่ง
วัสดุ เครื่องมือ และอุปกรณ์ต้องถูกส่งไปยังไซต์งานอย่างต่อเนื่อง
4. ค่าเครื่องจักร
บางโครงการต้องใช้
รถบรรทุก
รถขุด
รถเครน
เครื่องมือก่อสร้าง
เครื่องปั่นไฟ
อุปกรณ์งานระบบ
หากซื้อเครื่องจักรใหม่อาจใช้เงินจำนวนมาก ขณะที่บางกิจการเลือกเช่าเพื่อรักษาสภาพคล่อง
5. ค่าใช้จ่ายหน้างาน
เช่น ค่าเช่าพื้นที่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
เมื่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ผู้รับเหมาจึงจำเป็นต้องมี เงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการ
“ไม่ต้องสำรองเงินก่อน” หมายถึงอะไร?
คำว่า ไม่ต้องสำรองเงินก่อน ในบริบทของสินเชื่อผู้รับเหมา ไม่ควรตีความว่าไม่ต้องใช้เงินทุนของกิจการเลย หรือไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเริ่มโครงการ
แต่สามารถใช้เป็นแนวคิดในการวางแผนว่า
ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องนำเงินสดของกิจการทั้งหมดไปจมอยู่กับต้นทุนโครงการก่อนที่จะได้รับเงินตามงวดงาน
ตัวอย่างเช่น

บริษัทรับเหมาได้รับโครงการมูลค่า 5 ล้านบาท และมีแผนรับเงินตามความคืบหน้าของงาน แต่ในช่วงเริ่มต้นจำเป็นต้องซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรง และเตรียมหน้างาน
แทนที่จะนำเงินสดของกิจการทั้งหมดไปใช้ ผู้ประกอบการอาจพิจารณาแหล่งเงินทุนหมุนเวียนที่เหมาะสม เพื่อบริหารช่วงเวลาระหว่าง
“วันที่ต้องจ่ายเงิน”
กับ
“วันที่ได้รับเงินจากโครงการ”
ทั้งนี้ การพิจารณาสินเชื่อจริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ เอกสาร รายได้ กระแสเงินสด เงื่อนไขของผู้ให้บริการ และความสามารถในการชำระคืนของผู้กู้
สินเชื่อผู้รับเหมาเหมาะกับใคร?
สินเชื่อสำหรับผู้รับเหมาสามารถเป็นทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการหลายประเภท โดยเฉพาะกิจการที่มีรายได้จากงานโครงการอย่างต่อเนื่อง
ผู้รับเหมารายย่อย
ผู้รับเหมาที่มีทีมช่างและรับงานต่อเนื่อง แต่ต้องการเงินทุนเพื่อเริ่มงานใหม่
บริษัทรับเหมาก่อสร้าง
บริษัทที่มีโครงการหลายแห่งและต้องบริหารเงินสดระหว่างแต่ละโครงการ
ผู้รับเหมาช่วง
ผู้รับเหมาที่รับงานต่อจากผู้รับเหมาหลักและต้องออกค่าแรงหรือค่าวัสดุก่อนรับเงิน
ผู้รับเหมางานระบบ
เช่น งานไฟฟ้า ประปา แอร์ ระบบดับเพลิง และระบบอาคาร
ผู้รับเหมางานตกแต่ง
กิจการที่ต้องสั่งวัสดุและผลิตงานก่อนส่งมอบ
ผู้รับเหมาที่กำลังขยายกิจการ
เมื่อจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น เงินทุนหมุนเวียนที่เคยเพียงพออาจไม่เพียงพออีกต่อไป
มีโครงการแล้ว แต่เงินสดไม่พอ ต้องทำอย่างไร?
สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การรีบกู้เงินจำนวนสูงที่สุด แต่ควรวิเคราะห์โครงการก่อน
ให้แยกข้อมูลออกเป็น 4 ส่วน
1. รายรับจากโครงการ
โครงการจ่ายเงินเมื่อใด?
2. ต้นทุน
ต้องจ่ายค่าวัสดุและค่าแรงเมื่อใด?
3. เงินสดที่กิจการมีอยู่
สามารถรองรับค่าใช้จ่ายช่วงเริ่มต้นได้เท่าไร?

4. เงินทุนที่ขาด
ต้องใช้เงินทุนเพิ่มเท่าไร และต้องใช้เป็นระยะเวลานานแค่ไหน?
เมื่อเห็นภาพทั้งหมดแล้ว จึงค่อยพิจารณาว่าเหมาะกับ สินเชื่อธุรกิจระยะสั้น สินเชื่อ OD หรือเงินทุนหมุนเวียนรูปแบบอื่น หรือไม่
สินเชื่อ OD สำหรับผู้รับเหมา ช่วยบริหารเงินสดอย่างไร?
สำหรับกิจการที่มีรายรับและรายจ่ายหมุนเวียนตลอดเวลา สินเชื่อ OD หรือวงเงินเบิกเกินบัญชี อาจเป็นหนึ่งในโครงสร้างเงินทุนที่ควรศึกษา

แนวคิดสำคัญคือ ผู้ประกอบการมีวงเงินสำหรับใช้เมื่อจำเป็นตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ แทนที่จะรับเงินก้อนทั้งหมดแล้วนำมาพักไว้

ตัวอย่างสถานการณ์

สัปดาห์ที่ 1: ต้องซื้อวัสดุ
สัปดาห์ที่ 2: จ่ายค่าแรง
สัปดาห์ที่ 3: มีค่าใช้จ่ายขนส่ง
สัปดาห์ที่ 4: ได้รับเงินจากงวดงาน
หากกระแสเงินสดมีช่องว่างระหว่างช่วงดังกล่าว วงเงินทุนหมุนเวียนที่เหมาะสมอาจช่วยให้กิจการบริหารสภาพคล่องได้เป็นระบบมากขึ้น

แต่ผู้ประกอบการควรพิจารณาดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการเบิกใช้ และกำหนดชำระคืนก่อนตัดสินใจ
ตัวอย่างการบริหารเงินทุนของโครงการ
สมมติผู้รับเหมารายหนึ่งมีโครงการมูลค่า
3,000,000 บาท
และมีต้นทุนโครงการโดยประมาณ

รายการ
จำนวน
วัสดุ
1,200,000 บาท
ค่าแรง
700,000 บาท
ค่าขนส่ง
200,000 บาท
ค่าเครื่องมือ/เครื่องจักร
250,000 บาท
ค่าใช้จ่ายหน้างาน
150,000 บาท
เงินสำรอง
200,000 บาท
รวม
2,700,000 บาท
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายแนวคิด ไม่ใช่สูตรกำหนดวงเงินสินเชื่อ

หากโครงการมีการรับเงินเป็นงวด ผู้รับเหมาควรจัดทำตาราง เงินเข้า–เงินออก เพื่อดูว่าช่วงใดมีสภาพคล่องติดขัดมากที่สุด
วิธีนี้ช่วยให้การขอสินเชื่อมีข้อมูลมากกว่าการแจ้งเพียงว่า
“ต้องการเงินทุน 1 ล้านบาท”
แต่สามารถอธิบายได้ว่า

“ต้องการเงินทุนเพื่อซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรง และรองรับค่าใช้จ่ายก่อนรับเงินงวดถัดไป”
ข้อมูลลักษณะนี้ช่วยให้เห็นวัตถุประสงค์ของเงินทุนได้ชัดเจนขึ้น
เอกสารที่ผู้รับเหมาควรเตรียม
ก่อนติดต่อแหล่งเงินทุน ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารให้พร้อมที่สุด
ตัวอย่างเช่น
หนังสือรับรองบริษัท
บัตรประชาชนผู้มีอำนาจ
เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ
Statement บัญชีธนาคาร
รายการเดินบัญชีของกิจการ
เอกสารภาษี
ใบเสนอราคา
สัญญาว่าจ้าง
ใบสั่งซื้อ
ใบส่งของ
เอกสารรับรองผลงาน
รายละเอียดโครงการ
ตารางการรับเงิน
ตารางต้นทุนโครงการ
รายละเอียดรายได้ย้อนหลัง
เอกสารที่ครบและจัดเป็นระบบจะช่วยให้การพิจารณาข้อมูลธุรกิจทำได้สะดวกขึ้น

ผู้รับเหมามีสัญญาจ้าง ช่วยเรื่องการขอสินเชื่อหรือไม่?
สัญญาจ้างเป็นข้อมูลสำคัญอย่างหนึ่ง เพราะสามารถช่วยแสดงให้เห็นว่า
ธุรกิจรับงานอะไร
มูลค่าโครงการเท่าไร
ระยะเวลาโครงการ
เงื่อนไขการชำระเงิน
งวดงาน
คู่สัญญา
ขอบเขตงาน
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาจ้างไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ

ผู้ให้บริการยังอาจพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ประวัติธุรกิจ รายได้ กระแสเงินสด ภาระหนี้ และความสามารถในการชำระคืน

ทำไม “เงินทุนหมุนเวียน” จึงสำคัญกับธุรกิจรับเหมา?
ธุรกิจรับเหมามีลักษณะเฉพาะคือ

ต้นทุนเกิดก่อน → ทำงาน → ตรวจรับ → รับเงิน
ดังนั้น หากมีโครงการเพิ่มขึ้น รายได้อาจเพิ่มขึ้น แต่ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนก็อาจเพิ่มขึ้นเช่นกัน
นี่คือเหตุผลที่ธุรกิจรับเหมาควรบริหาร
งาน + ต้นทุน + เงินสด + หนี้ + รอบรับเงิน
ไปพร้อมกัน
การมีงานจำนวนมากไม่ได้แปลว่าธุรกิจมีสภาพคล่องสูงเสมอไป
รับหลายโครงการพร้อมกัน ต้องวางแผนอย่างไร?
หากมี 3–5 โครงการพร้อมกัน ไม่ควรมองเงินทุนรวมทั้งหมดเป็นก้อนเดียว
ควรแยกเป็นรายโครงการ
โครงการ
รายรับ
ต้นทุน
เงินรับงวด
ช่วงที่ต้องใช้เงิน
A
3 ล้านบาท
2.6 ล้านบาท
ตามงวด
เดือน 1–4
B
5 ล้านบาท
4.2 ล้านบาท
ตามงวด
เดือน 2–7
C
2 ล้านบาท
1.6 ล้านบาท
ตามงวด
เดือน 3–5
จากนั้นนำข้อมูลทั้งหมดมาดูเป็น Cash Flow ของบริษัท
วิธีนี้ช่วยให้ผู้ประกอบการรู้ว่าเดือนไหนต้องใช้เงินมากที่สุด และเดือนไหนจะมีเงินกลับเข้ามา
5 สิ่งที่ผู้รับเหมาควรระวังก่อนขอสินเชื่อ
1. อย่าดูเฉพาะวงเงิน
วงเงินสูงไม่ได้หมายความว่าเหมาะสมเสมอไป
ควรดูว่าต้องการเงินจริงเท่าไร
2. อย่าลืมต้นทุนทางการเงิน
ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ต้องนำมาคำนวณในต้นทุนโครงการ
3. อย่าใช้เงินทุนผิดวัตถุประสงค์
เงินสำหรับโครงการหนึ่งควรบริหารให้สอดคล้องกับโครงการนั้น
4. อย่ารับงานเกินความสามารถ
การมีหลายโครงการพร้อมกันอาจทำให้เงินทุนและบุคลากรกระจายตัวมากเกินไป
5. ต้องมีแผนชำระคืน
ก่อนใช้สินเชื่อควรรู้ว่าเงินที่จะนำมาชำระคืนมาจากรายได้ส่วนใดของธุรกิจ
สินเชื่อผู้รับเหมาไม่มีหลักทรัพย์ มีหรือไม่?
ผู้ประกอบการบางรายอาจมองหา สินเชื่อผู้รับเหมาไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะไม่มีอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินขนาดใหญ่สำหรับนำมาค้ำประกัน
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของแต่ละผู้ให้บริการแตกต่างกัน และการไม่มีหลักทรัพย์ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ต้องใช้เอกสารหรือไม่ต้องผ่านการพิจารณา
ผู้ประกอบการควรสอบถามรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น
ต้องใช้เอกสารอะไร
มีหลักประกันหรือไม่
มีผู้ค้ำหรือไม่
คิดดอกเบี้ยอย่างไร
มีค่าธรรมเนียมหรือไม่
ระยะเวลาชำระคืนเท่าไร
สามารถชำระก่อนกำหนดได้หรือไม่
ทางเลือกสำหรับผู้รับเหมาที่ไม่อยากนำเงินบริษัทออกมาสำรองทั้งหมด
หากผู้รับเหมามีโครงการใหม่เข้ามา สามารถพิจารณาทางเลือกด้านเงินทุนได้หลายรูปแบบ เช่น

เงินทุนหมุนเวียน
เหมาะสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันของธุรกิจ

สินเชื่อระยะสั้น
เหมาะสำหรับความต้องการเงินทุนที่มีระยะเวลาชัดเจน

สินเชื่อ OD
เหมาะกับธุรกิจที่มีการใช้เงินและรับเงินหมุนเวียน
สินเชื่อตามโครงการ
เหมาะสำหรับกิจการที่มีรายละเอียดงานและกระแสเงินของโครงการชัดเจน
แฟคตอริ่ง
สำหรับธุรกิจที่มีลูกหนี้การค้าและต้องการบริหารกระแสเงินสดตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ
แต่ละรูปแบบมีต้นทุนและเงื่อนไขแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับโครงสร้างธุรกิจ
วิธีเตรียมตัวขอสินเชื่อผู้รับเหมาให้มีข้อมูลพร้อม
ก่อนติดต่อผู้ให้บริการ แนะนำให้ผู้ประกอบการเตรียมข้อมูล 7 ข้อนี้
1. ธุรกิจทำอะไร
อธิบายประเภทงานให้ชัดเจน
2. รับงานจากใคร
ระบุประเภทลูกค้าและคู่สัญญา
3. โครงการมีมูลค่าเท่าไร
ระบุยอดตามสัญญาหรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

4. ต้องใช้เงินเพื่ออะไร

เช่น วัสดุ ค่าแรง เครื่องจักร หรือเงินทุนหมุนเวียน

5. ต้องใช้เงินช่วงไหน

ระบุช่วงเวลาที่มีค่าใช้จ่ายสูง

6. จะได้รับเงินเมื่อใด

แสดงตารางรับเงินตามงวด

7. เงินจะนำมาชำระคืนจากอะไร

ควรเชื่อมโยงกับรายได้และกระแสเงินสดของธุรกิจ
สินเชื่อผู้รับเหมา ไม่ใช่แค่เรื่อง “หาเงิน”
หัวใจสำคัญของการจัดหาเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาคือ การบริหารกระแสเงินสด
เพราะแม้โครงการจะมีกำไร แต่ถ้าเงินสดไม่พอในช่วงกลางโครงการ ธุรกิจก็อาจประสบปัญหาสภาพคล่องได้
ดังนั้นผู้ประกอบการควรมองสินเชื่อเป็น

เครื่องมือบริหารกระแสเงินสด

ไม่ใช่

เงินที่กู้มาใช้โดยไม่มีแผน
การใช้เงินทุนอย่างมีระบบจะช่วยให้เห็นต้นทุนจริงของแต่ละโครงการ และช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจรับงานใหม่ได้รอบคอบมากขึ้น

สินเชื่อผู้รับเหมา และโครงการ ไม่ต้องสำรองเงินก่อน
สำหรับผู้รับเหมาที่มีงานอยู่แล้ว แต่ต้องเผชิญกับปัญหา ต้นทุนเกิดก่อน เงินรับเข้าทีหลัง การวางแผน สินเชื่อผู้รับเหมาและโครงการ สามารถเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับบริหารสภาพคล่อง
โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ต้องใช้เงินสำหรับ
ซื้อวัสดุ
จ่ายค่าแรง
ขนส่ง
เช่าเครื่องจักร
ค่าใช้จ่ายหน้างาน
รับงานใหม่
ขยายจำนวนโครงการ
บริหารเงินระหว่างรอรับเงินตามงวด
แนวคิด “ไม่ต้องสำรองเงินก่อน” จึงควรสื่อถึงการลดภาระการนำเงินสดของกิจการไปจมกับต้นทุนทั้งหมดตั้งแต่ต้น และใช้การวางแผนเงินทุนให้สอดคล้องกับรอบรับ–จ่ายของโครงการ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีสินเชื่อรูปแบบใดที่เหมาะกับผู้ประกอบการทุกคน การตัดสินใจควรพิจารณารายได้ ต้นทุน กระแสเงินสด ภาระหนี้ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และความสามารถในการชำระคืนอย่างรอบคอบ
หากกำลังมองหา สินเชื่อเพื่อธุรกิจผู้รับเหมา เงินทุนหมุนเวียน หรือเงินทุนสำหรับโครงการ ควรเตรียมรายละเอียดธุรกิจและเอกสารโครงการให้ครบ เพื่อให้สามารถประเมินทางเลือกด้านเงินทุนได้อย่างเหมาะสม
CashCare Plus สามารถใช้เป็นจุดติดต่อสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางจัดหาเงินทุนสำหรับธุรกิจและโครงการ โดยการพิจารณาเป็นไปตามเงื่อนไขและเกณฑ์ของผู้ให้บริการ
โทร. 063-646-5435
เว็บไซต์: cashcarepluscapital.com

Powered by MakeWebEasy.com